10 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อขี่รถมอเตอร์ไซค์

10 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อขี่รถมอเตอร์ไซค์

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

         รถมอเตอร์ไซค์นับเป็นยานพาหนะที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะระยะหลังมานี้การจราจรติดขัดมาก การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างลำบาก ซึ่งผู้เขียนเองก็หันมาพึ่งรถจักรยานยนต์เวลาเดินทางในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

             หลังจากที่ได้หันมาใช้รถมอเตอร์ไซค์มากขึ้นนั้น บ่อยครั้งก็เริ่มรู้สึกว่านอกจากรถยนต์บางคันที่ขับกับแบบไร้ระเบียบแล้ว ส่วนของรถมอเตอร์ไซค์เองนั้น บางคันก็ขับขี่กันแบบไม่เคารพกฏหมายจราจร หรือประมาทกันมากขึ้น ด้วยสมรรถนะของรถที่ดีขึ้นจากสมัยก่อน ทำให้การขับขี่เร่งได้ทันใจมากขึ้น จึงใช้ความเร็วสูงๆ แม้ในสภาพการจราจรแออัดก็ตาม 
             อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงเห็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หลายคนทำกันก็คือ การไม่เตรียมพร้อมในการขับขี่รถ ซึ่งนอกจากผิดกฏหมายแล้วยังจะก่อให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุขึ้นได้ งั้นมาดู 10 สิ่งที่มักจะเห็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนชอบทำกัน จะมีพฤติกรรมแบบไหนบ้าง และตรงกับตัวเราหรือไม่มาอ่านกันเลย
  1. ไม่มีใบขับขี่

          สำหรับใครที่จะเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์เนี้ย ใบขับขี่ต้องเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีเลยนะคะ ใบอนุญาตขับขี่ หรือภาษาพูดเรียกว่า ใบขับขี่ เป็นเอกสารราชการที่แสดงว่าผู้ถือได้รับอนุญาตให้ขับขี่ยานยนต์บนถนนสาธารณะ โดยส่วนใหญ่แล้วใบอนุญาตขับขี่จะออกให้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ยื่นคำร้องผ่านการทดสอบขับรถ แต่ในหลายประเทศทุกคนจำต้องมีใบอนุญาตเสียก่อนที่จะเริ่มฝึกขับรถได้ ใบอนุญาตมีหลายประเภทตามชนิดของยวดยานที่มีวิ่งบนถนนสาธารณะ และความยากง่ายในการได้มาซึ่งใบอนุญาตในแต่ละประเทศก็ต่างกัน ทั้งนี้ยังมีข้อกำหนดพื้นฐานเกี่ยวกับอายุและประสบการณ์ในการขับรถที่ผ่านมาอีกด้วย นอกจากนี้ในปัจจุบันการทำใบขับขี่ได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ผู้อบรมมีคุณภาพมากขึ้น โดยปรับปรุงเนื้อหาการอบรมจากเดิม 4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมงเป็นต้น

          ใบขับขี่ก็ไม่ได้ทำยากมาก แค่อบรม ไปทำข้อสอบ และสอบปฏิบัติเท่านั้นเองค่า ต้องไปทำเอาไว้ก่อนจะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นะคะ นอกจากจะขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบถูกกฎหมายแล้ว ยังไม่ต้องกลัวโดนปรับเวลาเจอด่านตำรวจด้วยนะคะ เอาเงินค่าปรับไปทำใบขับขี่ดีกว่าเนอะ ไม่แพงค่ะ เสียค่าอบรมประมาณ 400 บาท และค่าทำใบขับขี่ประมาณ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง สามารถทำได้ที่กรมขนส่งในแต่ละจังหวัดได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.sanook.com/
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.pakchongnews.com

2. ไม่ใส่หมวกกันน็อก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://pantip.com/topic/30535964

         ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค น่าจะเป็นอาการลำดับต้นๆ ติด Top Hit ของผู้ไม่รักตัวเองก็ว่าได้ การใส่หมวกกันน็อคนั้น เพื่อรักษาศีรษะของเราเองไม่ใช่ของคนอื่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุการใส่หมวกกันน็อคนั้นจะทำให้อาการจากหนักกลายเป็นเบาได้ และหากเลือกหมวกที่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นหมวกในหรือจะซื้อหิ้วมาจากต่างประเทศก็ตาม ขอให้เป็นแบรนด์ที่ได้มาตรฐานใส่เถอะ และหากเลือกเป็นแบบ “เต็มใบ” ก็จะยิ่งดี เพราะบางครั้งเมื่อขับขี่ตามหลังรถบรรทุกมักมีเศษหินตกลงมาอาจจะ “ดีดเข้าตา” หรืออาจมีฝุ่นผงทำให้ระคายเคืองตา และทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง อีกอย่างถ้ามีด่านตั้งหรือกล้องตรวจจับได้ต้องโดนปรับด้วยนะจ๊ะ 200 เบาๆ

3. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.tnews.co.th/
           ขี่ไปโทรฯ ไป-แชตไลน์-ลงไอจี ข้อนี้พอมีให้เห็นอยู่ไม่น้อยในปัจจุบันนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์ปกติก็ว่าลำบากแล้ว เพราะอย่างน้อยๆ 2 มือก็ต้องบังคับควบคุมแฮนด์รถเอาไว้ แต่ทุกวันนี้ก็ยังเห็นผู้ขับขี่ประมาท “คิดว่าไม่เป็นไร ใช้งานนิดเดียว ฉันทำได้เก่งอยู่ ฯลฯ” โดยขาดสมาธิในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งหากไม่เกิดเหตุก็คงโชคดีไป แต่เมื่อมีเหตุฉุกเฉินก็มักมีให้เห็นบ่อยๆ ที่ก้มดูโทรศัพท์แล้วรถคันข้างเบรก ก็ชนเข้าเต็มๆ “สุดท้ายคือเจ็บบาดเจ็บเจียนตาย” ไม่คุ้มกันหรอกชีวิตก็เสี่ยง รถก็พังเนอะ 
หากจำเป็นต้องติดต่อธุระทางโทรศัพท์ แนะนำว่าให้จอดรถในที่ปลอดภัยในปั๊ม หรือขอบทางที่มีพื้นที่เว้าให้พ้นถนน และไม่ควรจอดริมถนนเพราะอาจถูกเสยท้าย หรือจะใช้ชุด Small Talk ทั้งแบบสายหรือแบบ Bluetooth ก็ย่อมได้

4. แซงระยะเผาขน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://bigbike.boxzaracing.com/
          การแซงแบบกระชั้นชิดเกินไป มักพบได้บ่อยๆ ในช่วงเวลารถติดๆ รถมอเตอร์ไซค์จะต้องขับขี่เรียงกันไปตามช่องทางตรงกลางระหว่างเลนรถยนต์ ซึ่งบางครั้งก็อาจมีรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับขี่ความเร็วต่ำๆ มาบังไลน์ ทำให้ต้องลดความเร็วและขับตามแบบช้าๆ เหตุการณ์นี้ผู้เขียนก็มักเจอเป็นประจำเช่นกัน แต่เมื่อต้องการจะแซงขึ้นหน้าก็ขอให้ดูระยะปลอดภัย ทั้งด้านหน้าที่แซงขึ้นไปแล้วต้องเบียดเข้าช่องทาง และต้องเผื่อระยะให้รถคันที่เราแซงให้เค้ามีระยะชะลอได้ทันด้วย 
แต่ขณะเดียวกันนั้นหากเราเป็นฝ่ายที่ขับช้าเสียเอง ก็ควรมองดูทางด้านหลังด้วยว่าจะมีคันอื่นๆ ที่ต้องการแซงขึ้นไปหรือไม่ หากมีก็ควรจะเปิดโอกาสให้แซงผ่านขึ้นไปในระยะที่ปลอดภัย และหากมีกรณีที่จังหวะในการแซงและมีะระยะห่างที่ปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์ข้างหน้าเกิดการเบรก หรือชะลออย่างกระทันหันก็ให้ต่างคนต่างควรช่วยกันปรับระยะห่างให้ปลอดภัย หรือชะลอให้คันที่แซงขึ้นไปแล้วกลับเข้ามาในช่องทางเดิมหรือเรียกว่า “บางลีลาก็ควรมีน้ำใจให้กัน” 

5. แซงซ้าย

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://board.postjung.com/

          ตามกฏหมายมาตรา 45 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นด้านซ้าย เว้นแต่ ในกรณีต่อไปนี้ (1) รถที่จะถูกแซงกำลังเลี้ยวขวาหรือให้สัญญาว่าจะเลี้ยวขวา (2) ทางเดินรถนั้นได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สอง ช่องขึ้นไป การขับแซงด้านซ้ายตาม (1) หรือ (2) จะกระทำได้เมื่อไม่มีรถอื่น ตามมาในระยะกระชั้นชิดและมีความปลอดภัยพอ

6. ย้อนศร

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.tnews.co.th/

           การขับขี่ย้อนศร กลายเป็น “Signature” คู่กับรถมอเตอร์ไซค์ในบ้านเราไปแล้ว ด้วยความสะดวกที่สามารถขี่รถย้อนทางรถสวน หรือขับชิดขอบทางเพื่อลัดเลาะให้ไปยังจุดกลับรถหรือเข้าซอยได้อย่างสะดวก และง่ายนิดเดียวไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อน! มันผิดกฏหมายนะครับ! เข้าใจว่าการต้องขี่อ้อมเพื่อไปกลับรถไกลๆ เสียเวลาเสียน้ำมัน เสี่ยงกับรถใหญ่ หรือจะมีข้ออ้างอะไรก็ตามแต่ ล้วนผิดกฏหมาย อันตราย และอาจทำให้รถที่ขับในทางถูกต้องมาชนได้โดยไม่ทันจะระวัง และคนที่เจ็บก็เป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ย้อนศรมานั่นเอง

7. ขี่บนทางเท้า

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.khaosod.co.th/

              ขี่รถบนทางเท้าหรือฟุตบาท กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรแต่ก็ยังทำกันอยู่โดยไม่สนใจว่าคนเดินเท้าจะหลบกันแทบไม่ทัน ส่วนมากมักเจอบางคนที่ขี้เกียจรอรถติดยาวๆ หรือรอติดนานๆ ไม่ไหว ต้องขี่ขึ้นฟุตบาทเพื่อให้ไปได้เร็วขึ้น ฯลฯ ก็ตาม หรือขับขี่บนทางจักรยานกันไปเลย แต่ว่านั่นคือคุณกำลัง เบียดเบียน เอาเปรียบ ทำผิดกฏหมาย และเสี่ยงทำร้ายคนเดินเท้า และอาจโดนคุณตำตรวจดักจับ และที่น่ากลัวที่สุดคือ อาจโดนถ่ายคลิปแล้วนำไปประจานในโลกโซเชียลจนเสียผู้เสียคนไปเลยก็ได้ครับ ยอมเสียเวลาสักไม่กี่นาทีแต่ปลอดภัยจะดีกว่า 

8. จอดรถทับทางม้าลาย

          ส่วนมากทางม้าลายจะอยู่บริเวณทางแยก สี่แยก สามแยก เวลาไฟแดงมอเตอร์ไซค์ก็จะขึ้นไปจอดหน้าๆ เพื่อเวลาไฟเขียวจะได้ออกรถไวๆ ใช่มั้ยละคะ รถเก๋ง รถกระบะ จะจอดหลังเส้นขาวมอเตอร์ไซค์ก็ต้องพยายามไปจอดด้านหน้า ทำให้จอดทับทางม้าลาย นอกจากจะทำให้คนเดินถนนใช้ทางได้อย่างลำบากแล้ว ยังผิดกฎหมายมีโทษปรับอีกด้วย นอกจากข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ทางข้ามแล้วนั้น หากหยุดรถขับทางข้ามยังเป็นการแสดงถึงความแล้งน้ำใจต่อผู้ร่วมทางอีกด้วย ดังนั้นควรจอดรถหลังเส้นขาวเพื่อส่วนรวมค่ะ

9. ใส่หูฟังขณะขับขี่

             ถึงแม้การใส่หูฟัง หรือสมอลทอคขณะขับขี่จักรยานยนต์จะไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมายนะคะ แต่แนะนำว่าไม่ควรใส่ดีกว่าเพราะอาจจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่ได้ยินเสียงแตรรถ เสียงสิ่งรอบข้าง หรือเสียงรถคันอื่น ๆ ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หากแบบดีขึ้นมาหน่อยอย่าใส่แบบ in ear (แบบจุกหัว) ให้ใส่แบบหนีบกับใบหูแทน และเปิดให้มีช่องว่างให้ได้ยินเสียงภายนอกร่วมด้วย แต่ทางที่ดีแล้วไม่ต้องใส่จะดีกว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

10. กางร่มกันแดดกันฝนขณะขี่รถมอเตอร์ไซค์

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.komchadluek.net

                การกางร่มขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้นมือซ้ายก็ต้องถือร่ม มือขวาก็ต้องบิดแฮนด์รถ ทำให้ควบคุม หรือบังคับรถได้ไม่ดีอาจทำให้รถล้ม หรือเสียหลักทำให้เกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะคะ ดังนั้นไม่ควรทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายต่อตนเอง และผู้อื่น  หากจำเป็นเวลาฝนตกก็แนะนำให้พกเสื้อกันฝนติดใต้เบาะรถไว้ซักหน่อย หรือถ้าแดดน้อนมาก ๆ ก็ แนะนำให้พกเสื้อแขนยาวและถุงมือ เพื่อป้องกันฝน และแดด แทนการใช้ร่มนะคะ

ใส่ความเห็น

Close Menu